15 พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่เราชอบทำ ระวังร่างจะพังเร็วด้วยน้ำมือเราเอง (แก้ไข, สถิติ)

          ใครจะนึกว่าสิ่งที่เราทำกันในแต่ละวัน มันกลับเป็นเรื่องทำร้ายตัวเองอย่างน่าตกใจ อย่างที่เว็บไซต์ brightside รวบรวม 15 พฤติกรรมทำร้ายตัวเองนี่ไง ดูสิว่าพฤติกรรมไหนบ้างที่เราชอบทำกัน

Advertisement

          มัดผมหางม้า สิ่งที่สาวผมยาวนิยม เพราะมันทำให้คล่องตัว ไม่ร้อน ไม่รำคาญ แต่ในอนาคตระยะยาว มันส่งผลต่อรากผม หนังศีรษะ หนักเข้าถึงกับทำหน้าผากเถิกสำหรับคนที่มัดรวบจนตึงเกินไปเป็นประจำ (ขอบคุณภาพจาก Castle Rock Entertainment)

          ดื่มนมมากเกินไป อะไรที่มากไปก็ไม่ดี แม้แต่นม เพราะในนมมีแอนโดรเจน ซึ่งไปกระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำมัน เมื่อผลิตน้ำมันมากเกินไป ก็ทำให้ง่ายต่อการเกิดสิว รูขุมขนอุดตัน ผิวหนังมันเกินไป (ขอบคุณภาพจาก IFC Films)

Advertisement

          ทาครีมกันเเดดไม่ทั่ว หลายคนชอบทาครีมกันแดดแค่ใบหน้า แต่ลืมส่วนอื่นอย่างลำคอ แผ่นอกและจุดที่เรามักไม่ให้ความสำคัญคือมือ หารู้ไม่ว่าผิวที่มือก็บอบบางไม่แพ้ผิวหน้า (ขอบคุณภาพจาก MGM)

          นั่งไขว่ห้าง มันเป็นท่าที่บางคนรู้สึกสบาย แต่การนั่งไขว่ห้างทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตไม่ดี โดยเฉพาะผู้หญิง เพราะระบบเลือดบริเวณเชิงกรานจะได้รับผลกระทบเต็มๆ (ขอบคุณภาพจาก GK Films)

Advertisement

          หวีผมตอนผมเปียก ความจริงเส้นผมจะอ่อนแอเวลาที่มันเปียก ดังนั้น การไปหวีซ้ำในตอนนั้น ก็นำมาสู่การแตกปลาย ขาดหลุดร่วง ที่ถูกคือ หวีตอนที่ผมแห้งแล้วจะดีกว่า (ขอบคุณภาพจาก mgm)

          ถอนขนคิ้วก่อนแต่งหน้า สาวๆหลายคนชอบใช้วิธีถอนขนคิ้วเพื่อปรับรูปคิ้ว แล้วแต่งหน้าทับ แต่การทำแบบนั้น จะเพิ่มความเสี่ยงที่แบคทีเรียจะเข้าไปในรูขุมขน รวมไปถึงอาการอักเสบ รูขุมขนอุดตัน หากอยากจะถอน แนะนำให้ทำตอนหลังล้างหน้าเสร็จแล้วจะดีกว่า (ขอบคุณภาพจาก Happy Madison Productions)

Advertisement

          อุปกรณ์อุณหภูมิสูง เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยากที่ผู้หญิงมักจะเผชิญความร้อนสูงๆจากการใช้ไดร์เป่าผม  เครื่องหนีบผม เครื่องม้วนผม แต่การใช้ความร้อนสูงโดยตรงกับผม ถือเป็นการทำร้ายผมอย่างรุนแรง ที่ถูกต้อง ควรใช้ความร้อนระดับกลาง หากจะเป่าผม ควรเว้นระยะห่างประมาณ 15 เซนติเมตรจะดีกว่า (ขอบคุณภาพจาก 20th Century Fox)

          ขยี้ตาเพราะความล้า ชีวิตติดจอเดี๋ยวนี้ ทำให้สายตาเราเหนื่อยล้า หลายคนชอบเผลอขยี้ตา แต่นั่นคือการทำร้ายขนตาให้ขาดหลุดร่วง ทำร้ายผิวรอบดวงตา และนำไปสู่การอักเสบของตาและผิวรอบบริเวณ หากอยากพักสายตา ควรใช้กฎ 20 - 20 - 20 นั่นคือ พักตาด้วยการมองไปที่ไกลๆ 20 ฟุต มองนานเป็นเวลา 20 วินาที ทำทุกๆ 20 นาที (ขอบคุณภาพจาก  Nordisk Film

Advertisement

          โกรธเกลียดแบบอาฆาต การที่เราชอบเก็บเรื่องไม่พอใจมาเป็นเหตุความแค้น แค้นอะไรก็ฝังใจ การมีพฤติกรรมแบบนี้ ถือเป็น พฤติกรรมทำร้ายตัวเองอย่างมาก เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ความดันเลือดสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน (ขอบคุณภาพจาก Universal Studios)

          ชอบลูบไล้ใบหน้า หลายคนเวลาเครียดหรือคิดอะไรก็ชอบเผลอเอามือลูบหน้า การทำแบบนี้ หากกดเเรงเกินไปก็จะทำให้ผิวหนังเป็นริ้วรอย หน้าแก่เร็ว แถมเพิ่มโอกาสการเกิดสิวอีกด้วย (ขอบคุณภาพจาก Mediapro)

Advertisement

          โบ๊ะแป้งบ่อย การเติมแป้งบนหน้าแบบไม่ให้ขาดตลอดเวลา มันส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน ผิวหนังอ่อนล้า นำมาสู่การอักเสบของรูขุมขนในที่สุด (ขอบคุณภาพจาก Columbia Pictures)

          ใส่สารพัดสิ่งในกระเป๋า หลายคนชอบพกของเต็มไปหมดจนทำให้ต้องแบกกระเป๋าหนักๆ ซึ่งผลที่ตามมาคือ การที่ร่างกายต้องแบกน้ำหนักนาน หากเลี่ยงไม่ได้ ควรหมั่นสลับข้าง สลับมือ เปลี่ยนจากถือมาใช้ไหล่สะพาย เพื่อไม่ให้กระดูกรับแรงกดแบบไม่สมดุล (ขอบคุณภาพจาก 20th Century Fox)

          ทาครีมหนาเกินไป หลายคนเข้าใจว่า ครีมยิ่งทาเยอะยิ่งเพิ่มสารบำรุง ถือว่าเป็นพฤติกรรมทำร้ายตัวเองมากนะรู้มั้ย การทาครีมที่ถูกต้องคือ ทาเป็นชั้นบางๆ เพราะหากหนาไป ผิวจะไม่สามารถหายใจได้ นำมาสู่การอักเสบ เกิดรอยหมองคล้ำ มีริ้วรอยเร็ว (ขอบคุณภาพจาก Columbia Pictures)

          วิ่งลงน้ำหนักและยาวนานเกินไป ใครจะไปทันคิดว่า การวิ่งมากไปก็ส่งผลต่อริ้วรอย แต่ก็มีคำเตือนจากแพทย์ผิวหนังที่บอกว่า การที่เราวิ่งลงน้ำหนักนานๆ ทำให้ผิวเกิดการหย่อนยานเร็วขึ้น ที่ดีคือ วิ่งแบบไม่ลงเท้ากระแทกแรง วิ่งในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า (ขอบคุณภาพจาก Mirage Enterprises)

          กินผลไม่สดมากเกินไป อย่าคิดว่า กินผลไม้เยอะๆมันจะทำให้ร่างกายเราดีเสมอ เพราะในผลไม้มีน้ำตาลฟลุคโตส หากมากเกินไปก็ส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลในร่างกาย แถมยังส่งผลต่อการทำความยืดหยุ่นของผิว พูดง่ายๆคือผิวเหี่ยวเร็ว ทางที่ดีคือ ต้องกินผักควบคู่ด้วย (ขอบคุณภาพจาก Columbia Pictures)

ขอบคุณข้อมูลจาก brightside

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook